|
โรงเรียนนครพิงค์อภิบาลกิจ
|
|
เรียนที่นี่ Free WIFI
..................................................... .....................................................
|
อาหารทารกตามวัย
เรารู้กันดีว่า
“นมแม่”
เป็นอาหารที่ดีสำหรับลูก
เนื่องจากมีปริมาณสารอาหารต่างๆ
ที่ร่างกายดูดซึมและนำไปใช้ประโยชน์ได้ง่ายในปริมาณที่พอเหมาะแก่การเจริญเติบโต
อีกทั้งนมแม่ยังให้ภูมิต้านทานต่างๆ
ที่ช่วยป้องกันมิให้ลูกเจ็บป่วยง่าย
จึงเป็นข้อสนับสนุนว่าแม่ควรเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ตั้งแต่แรกคลอด
และสามารถให้นมแม่ได้จนลูกอายุหนึ่งขวบครึ่งถึงสองปี
อย่างไรก็ตามขณะที่ลูกมีอายุมากขึ้น
ความต้องการสารอาหารต่างๆจะเพิ่มขึ้น
ดังนั้นลูกควรได้อาหารอื่นๆ
เสริมเพิ่มเติมจากนมแม่
ทั้งนี้เพื่อช่วยให้ร่างกายและสมองของลูกมีพัฒนาการอย่างเต็มทิ่
แล้วจะให้อาหารตามวัยเมื่อไหร่?
ในระยะแรกเกิดถึง
4 เดือนแรก
ลูกควรได้รับนมแม่เพียงอย่างเดียว
เมื่อลูกอายุครบ
4 เดือน
จึงเริ่มให้อาหารอื่นในลักษณะกึ่งแข็งกึ่งเหลว
เช่น
กล้วยสุกครูดหรือข้าวบด
ไม่ควรให้ก่อนอายุครบ
4 เดือน
เพราะระบบการกลืนและการย่อยของลูกยังไม่พร้อมจะทำให้ลูกกินนมได้น้อยลงและมีปัญหาท้องอืดจากการให้อาหารมากเกินไป 1.
จะให้อย่างไร? 1.เริ่มให้ทีละน้อย
ทีละชนิด
และสังเกตการแพ้อาหารของลูกด้วย 2.เตรียมอาหารให้เหมาะสมกับอายุของลูก
เช่น
บดอาหารให้ละเอียดในช่วงแรก
เมื่อเริ่มมีฟันแล้วจึงให้อาหารที่หยาบขึ้น 3.ไม่ควรปรุงอาหารรสจัด
เช่น เค็มจัด
หวานจัด
ให้ลูก 4.อย่าบังคับให้ลูกกิน
ควรจะค่อยๆให้ลูกลองและยอมรับอาหาร 5.ไม่ควรให้น้ำหวานแก่ลูก
เพราะจะทำให้ลูกติดรสหวานและเบื่ออาหารได้
6.ก่อนให้อาหาร
1-2 ชั่วโมง
ไม่ควรให้ลูกกินขนมหรือของกินเล่น
เพราะจะทำให้ลูกอิ่มจนกินอาหารมื้อหลักไม่ได้ 7.จะต้องระวังเรื่องความสะอาดให้มาก
ทั้งภาชนะ
การเตรียมและการปรุง
เมื่อปรุงเสร็จแล้วก็ควรปิดฝาให้มิดชิด
เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกท้องเสียได้ 8.อาหารที่เตรียมให้ลูกควรเป็นอาหารสด
ปรุงใหม่ๆ
เพื่อให้คงคุณค่าไว้มากที่สุด 9.ควรสลับเปลี่ยนให้ลูกได้กินอาหารหลายๆชนิด
เพื่อไม่ให้เกิดความจำเจ
และให้ลูกชินกับอาหารชนิดต่างๆ
และควรใช้อาหารที่หาได้ในท้องถิ่น
หรือแบ่งจากอาหารผู้ใหญ่เพื่อเป็นการประหยัด 10.การให้อาหารทุกชนิดแก่ลูกมีความสำคัญมาก
เพราะถ้าให้ในปริมาณที่ถูกต้อง
และเพียงพอกับความต้องการของลูกแล้ว
จะทำให้ลูกแข็งแรง
และมีนิสัยในการกินที่ถูกต้องอีกด้วย 2..แล้วลูกต้องกินอะไรบ้าง? อายุครบ 4 เดือนขึ้นไป
ข้าวบด
1 ช้อนเล็ก
กับไข่แดงต้มสุก
¼ ฟอง
สลับกับเนื้อปลาสุกบด
หรือกล้วยน้ำว้าสุกครูด
(ไม่เอาไส้) ½ ผล
แล้วกินนมแม่ตามจนอิ่ม 5 เดือนขึ้นไปข้าวบด 3-4 ช้อนเล็ก กับถั่วต่างๆ ต้มสุกบด ใส่ผักใบเขียวกับน้ำแกงจืด สลับกับไข่แดง เนื้อปลา หรือกล้วยน้ำว้าสุกบด แล้วให้กินนมแม่ตามจนอิ่ม 6-7
เดือน ข้าวบดกับเนื้อสัตว์ต่างๆ บดสลับกับตับบด ใส่ผักใบเขียวกับน้ำแกงจืด แล้วให้นมแม่จนอิ่ม ให้อาหารแทนนมแม่ได้ 2 มื้อ และผลไม้วันละครั้ง 10-12
เดือน กินอาหารต่างๆ สลับกันไปเช่นเดียวกับเดือนที่ 8-9 แต่เพิ่มปริมาณมากขึ้นและหยาบขึ้น จนกระทั่งไม่ต้องบด แล้วให้กินนมแม่ตามจนอิ่ม ให้อาหารแทนนมแม่ได้ 3 มื้อและผลไม้วันละครั้ง อาหารที่เตรียมให้ลูกนั้น สามารถเพิ่มพลังงานให้มากขึ้นได้ โดยการเติมน้ำมันพืช 1-2 ช้อนเล็ก ในอาหารแล้วผสมให้เข้ากัน สารอาหารหลักที่ลูกต้องการคือ พลังงานและโปรตีน โดยเฉพาะโปรตีนจะช่วยให้เจริญเติบโตและเสริมสร้างเนื้อเยื่อ
อาหารโปรตีนได้จากอะไร? ธาตุเหล็ก
คืออะไร? ธาตุเหล็กเป็นธาตุสำคัญที่ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดง ทารกแรกเกิดจนถึง 4 เดือนที่ได้รับนมแม่หรือนมผสม จะได้รับธาตุเหล็กเพียงพอ แต่เมื่ออายุเกิน 4-6 เดือนไปแล้ว ความต้องการธาตุเหล็กจะมีมากขึ้น ทำให้ต้องได้รับธาตุเหล็กจากอาหาร การเพิ่มธาตุเหล็กทำได้โดยการเสริมไข่แดงสุกหรือตับบดสุกเมื่อลูกอายุ 4 เดือน เนื้อปลา เมื่ออายุ 5 เดือน และเนื้อสัตว์บดเมื่ออายุ 7 เดือน
วิตามินเอ
มีความสำคัญมากในการสร้างเซลล์เนื้อเยื่อและระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย
ช่วยปรับสภาพการมองเห็นในที่มืด
แหล่งของวิตามินเอมีมากมาย
ได้แก่
ตับสัตว์ต่างๆ
ผักใบเขียวและผักที่มีสีเหลือง
เช่น ผักบุ้ง
ตำลึง ฟักทอง
แครอท
หรือผลไม้ที่มีสีเหลือง
เช่น
มะละกอสุก
มะม่วงสุก
เป็นต้น
แคลเซียม
เป็นส่วนประกอบของเซลล์กระดูก
ซึ่งเป็นโครงสร้างของร่างกาย
โดยทั่วไปทารกที่ได้รับนมแม่หรือนมผสมเพียงพอตามวัยก็จะได้รับแคลเซียมและฟอสฟอรัสในปริมาณที่เหมาะสมด้วยอยู่แล้ว
แต่แม่อาจเพิ่มอาหารเสริมที่เป็นแหล่งของแคลเซียมสูง
เช่น ปลาป่น
เต้าหู้ขาว
ลงในอาหารของลูกได้
ไอโอดีน
เป็นธาตุที่สำคัญช่วยให้ต่อมธัยรอยด์ทำงานอย่างเป็นปกติ
การขาดไอโอดีนจะทำให้ลูกเรียนรู้ได้ช้า
มีสติปัญญาด้อยกว่าปกติ
การใช้เกลือไอโอดีนในอาหารจะช่วยให้ลูกได้รับไอโอดีนได้
ถึงแม้อาหารทะเลจะมีไอโอดีนเพียงพอ
แต่ยังไม่แนะนำให้นำมาเตรียมเป็นอาหารให้ลูก
เนื่องจากอาจเกิดการแพ้ได้
นอกจากนี้
วิตามิน บี 1
บี 2 บี 6 บี 12 โฟเลต
ธาตุโซเดียม
โปแตสเซียม
สังกะสี
และฟอสฟอรัส
ก็มีผลต่อการเติบโตของลูกด้วย
ซึ่งถ้าคุณแม่จัดเตรียมอาหารที่มีทั้งประเภทแป้ง
เนื้อสัตว์
ไขมัน ผัก
และผลไม้
ในแต่ละวันให้ลูก
ก็สามารถแน่ใจว่าลูกจะได้สารอาหารครบถ้วนแน่นอน
โดยทั่วไปจะแบ่งนมผสมเป็น
3 ประเภท
1.นมผงดัดแปลงสำหรับทารก
–
เป็นนมที่ดัดแปลงให้มีสารอาหารใกล้เคียงนมแม่มากที่สุด
เหมาะสำหรับทารกแรกเกิดถึง
6 เดือน
2.นมผงดัดแปลงสูตรต่อเนื่อง
–
เป็นนมดัดแปลงที่มีปริมาณโปรตีนสูงขึ้นและมีการเติมวิตามินและแร่ธาตุลงไป
เหมาะสำหรับเด็กอายุตั้งแต่
6 เดือน ถึง 3 ปี
3.นมครบส่วน
–
ผลิตภัณฑ์นี้จะมีได้ทั้งที่เป็นนมผงและนมสดทั่วไป
เช่น นมพาสเจอร์ไรส์
นมกล่องยูเอชที
ฯลฯ
เหมาะสำหรับเด็กอายุ
1 ปีขึ้นไป
1.ช้อนตวงขนาดเล็ก
(ขนาดประมาณ 4.5
กรัม) ให้ผสม 1
ต่อ 1 คือ นมผง 1
ช้อน ต่อน้ำ 30
มิลลิลิตร
หรือ 1 ออนซ์
2.ช้อนขนาดใหญ่
(ขนาด 7-8 กรัม)
ให้ผสม 1 ต่อ 2
คือ นมผง 1
ช้อนต่อน้ำ 60
มิลลิลิตร
หรือ 2 ออนซ์
การผสมนมใน
2
ลักษณะข้างต้นนี้จะได้ส่วนผสมของนม
โดย 1
ออนซ์จะให้พลังงาน
20 กิโลแคลอรี
สิ่งสำคัญในการเตรียมนมผสม
คือ
เน้นความสะอาด
ทั้งนี้เพื่อป้องกันอาการท้องเดินที่จะเกิดขึ้นได้
การเตรียมที่ถูกต้องควรเริ่มตั้งแต่การล้างทำความสะอาดขวดนมและจุกนม
ไม่ให้มีคราบนมติดขวด
จากนั้นต้มขวดนมในน้ำเดือด
นาน 5-10 นาที
ส่วนจุกยางให้ต้มในน้ำเดือดไม่เกิน
5 นาที (เพราะถ้าต้มนานจะทำให้จุกยางเสื่อม)
เมื่อจะผสมนมให้ใส่น้ำสุกอุ่นๆ
ลงในขวดจนได้ปริมาณตามต้องการ
แล้วตวงนมผงใส่ลงในขวด
ปิดจุกขวดเขย่าจนนมผงละลายหมด
การเตรียมนมผสมควรเตรียมมื้อต่อมื้อแล้วใช้ทันที
หากยังไม่ได้ใช้ทันทีควรเก็บนมที่ผสมแล้วไว้ในตู้เย็น 5
.ใน 1 วัน
ลูกน้อยควรได้รับอาหารอะไร
จำนวนเท่าไร เนื่องจากเด็กแต่ละคนมีความแตกต่างกัน
ดังนั้นจึงไม่ควรกำหนดตายตัวว่าลูกจะต้องได้รับอาหารแต่ละชนิดเป็นปริมาณเท่าไหร่
ลูกอาจจะทานอาหารได้มากกว่าหรือน้อยกว่าที่แนะนำได้
แต่ต้องไม่ต่างจากที่แนะนำมากจนเกินไป
อย่างไรก็ตามในระยะสองขวบปีแรกเด็กควรได้รับนมแม่ควบคู่ไปกับการาได้รับอาหารเสริมตามวัย
เมื่อลูกน้อยมีอายุ
4-5 เดือน
ควรได้รับอาหารทารกตามวัยเพิ่มจากนมแม่
เป็นพลังงานจากอาหาร
76-188 กิโลแคลอรี
โปรตีน 1.2-4.1
กรัมต่อวัน
ดังนั้น
อาหารที่ลูกวัยนี้ควรได้รับใน
1 วัน ได้แก่
ข้าวบดกับปลานึ่ง
ประกอบด้วย
ข้าวบด 3
ช้อนกินข้าว
เนื้อปลา 1
ช้อนโต๊ะ
และน้ำมันพืชครึ่งช้อนชา
หรือ
ข้าวบดกับไข่แดง
ประกอบด้วย
ข้าวบด 3
ช้อนกินข้าว
ไข่แดงต้มสุกครึ่งฟอง
และน้ำมันพืชครึ่งช้อนชา
หรือ
ฟักทองบดกับไข่แดง
ประกอบด้วย
ฟักทองบด 6
ช้อน กินข้าว
ไข่แดงต้มสุกครึ่งฟอง
และน้ำมันพืชครึ่งช้อนชา
หรือ
กล้วยน้ำว้าครึ่งผล
และไข่แดงครึ่งฟอง ควรได้รับอาหารทารกตามวัยเพิ่มจากนมแม่ เป็นพลังงานจากอาหาร 269-371 กิโลแคลอรี โปรตีน 2.7-5.4 กรัมต่อวัน ดังนั้นอาหารที่ควรได้รับใน 1 วัน ได้แก่ อาหาร 2 มื้อ เช้า ข้าวต้มปลาช่อนตำลึง บ่าย มะละกอสุก 2-3 ช้อนกินข้าว เย็น ข้าวต้ม + ไข่ตุ๋นแครอท หรือ เช้า ข้าวต้มตับไก่ใส่ตำลึง บ่าย มะละกอสุก หรือมะม่วงสุก 2-3 ช้อนกินข้าว เย็น ข้าวต้มตับไก่ใส่ตำลึง ควรได้รับอาหารทารกตามวัยเพิ่มจากนมแม่ เป็นพลังงานจากอาหาร 451-6545 กิโลแคลอรี โปรตีน 3.5-6.2 กรัมต่อวัน ดังนั้นอาหารที่ควรได้รับใน 1 วัน ได้แก่ อาหาร 3 มื้อ เช้า ข้าวตุ๋น + ต้มจืดปลาใส่ตำลึงและฟักทอง กลางวัน ข้าวตุ๋น + ต้มจืดปลาช่อนใส่ตำลึงและฟักทอง บ่าย กล้วยน้ำว้าสุกครึ่งผล เย็น ข้าวตุ๋น + ไข่คั่วตำลึง หรือ เช้า ข้าวตุ๋น + แกงจืดผักกาดขาวเต้าหู้หมูสับ กลางวัน ข้าวผัดสามสี บ่าย มะละกอสุก 2-3 ช้อนกินข้าว เย็น ข้าวตุ๋น + แกงจืดผักกาดขาวเต้าหู้หมูสับ คุณแม่อย่าลืมว่าอาหารที่เตรียมให้ลูกควรจะต้องเป็นอาหารที่ทำเสร็จใหม่ๆ แต่ถ้าคุณแม่ไม่มีเวลาทำหลายๆ ครั้ง ก็จะต้องเก็บในตู้เย็น และอุ่นให้ลูกก่อนป้อน เพื่อป้องกันอาการท้องเสียนะคะ Home กลับหน้าหลัก
|
|
Send mail to applepanita@gmail.com
with questions or comments about this web site.
|