|
โรงเรียนนครพิงค์อภิบาลกิจ
|
|
Main page โรงเรียนนครพิงค์อภิบาลกิจ
เรียนที่นี่ Free WIFI
.....................................................
.....................................................
|
Home กลับหน้าหลักเวียนศรีษะ
โดย
หมอ “เชวง”
โรคเกี่ยวกับระบบการทรงตัวของร่างกาย
คือโรควิงเวียนศรีษะ
จากประสบการณ์ที่ดูแลผู้ป่วยมานานพอสมควรพบอาการเป็นโรคนี้ถี่ขึ้นเรื่อย
ๆ ยิ่งในระยะ 2-3
ปีหลังนี้นะครับพบเกือบทุกวัน
หนักบ้าง
เบาบ้าง
อาการมีตั้งแต่เล็กน้อย
เช่น มึน ๆ
วิงเวียน
สมองไม่โล่ง
เมา ๆ (ทั้งที่ไม่ได้กินเหล้าหรือสุรา)
มากจนถึงขั้นมีความรู้สึก
“หมุน” อาจจะเป็นตัวหมุนเหวี่ยง,ลอยไปมาหรือรู้สึกว่าสิ่งแวดล้อมเช่น
ผนังห้อง
บ้านหมุนรอบตัวเรา
พื้นเอียงไปมา
ถ้าเป็นมากจะเสียการทรงตัว
เดินแล้วอาจโซเซหรือล้มมักมีอาการคลื่นไส้
อาเจียน
เหงื่อแตกความรู้สึกอยากจะปัสสาวะหรืออุจจาระ
บางทีความรู้สึกเหมือนใจจะขาด
ต้องนอนหลับตาตลอด(เพราะลืมตาแล้วมันรู้สึกหมุน) 1.
หูชั้นใน
โยงไปเซลล์ประสาทในก้านสมอง 2.
ระบบประสาทการมองเห็น
คือ
ดวงตาแล้วส่งไปที่สมองใหญ่ที่ควบคุมการมอง 3.
ระบบประสาทที่รับตำแหน่งมาจากข้อต่างๆ
แล้วส่งไปสมองเล็ก ถึงในภาวะปรกติ
ระบบเหล่านี้ก็อาจจะทำงานมีขีดจำกัดเหมือนกัน
คงจำกันได้สมัยเด็กๆ
เวลาเล่นหมุนตัวเร็ว
ๆ
หรือนั่งม้าหมุน
ก็จะทำให้เกิดการหมุน
ๆ
แต่ตอนนี้ก็เพียงแค่รู้สึกหมุนชักประเดี๋ยว
ก็้เมาตาลายแล้ว
บางทีเป็นอยู่นานด้วย
เป็นชั่วโมง
ๆ
กว่าจะหายแต่ก็สามารถฝึกฝนให้ทนขึ้นได้เหมือนกัน
ยกตัวอย่างเช่น
นักบัลเล่ต์,สเก็ตน้ำแข็ง
นักยิมนาสติก
หมุนหลาย
ๆรอบเป็นเวลานานๆ
โดยที่ไม่เป็นอะไร โรคที่พบบ่อยที่สุดที่ทำให้
เสียศูนย์
หรือบ้านหมุนนี้ครับคือระบบการทรงตัวของหูชั้นในทำงานผิดปรกติ
หรือปรับตัวไม่ทันอาจจะเป็นเองหรือมีการติดเชื้อของหู
เชื้อหวัดธรรมดา
เข้าไปในปราสาทหู
ได้รับสารพิษหรือยาบางชนิด
อากาศหนาวจัด
ๆ
ซึ่งมักจะเป็นตอนตื่นนอนเช้า
ในท่านอนอาจจะมีการปวดหู
หูอื้อ
หรือมีเสียงในหูร่วมด้วย
การอดนอนหรือเครียดจัด
ๆไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย
จะซ้ำเติมให้อาการเป็นมากขึ้น
หรือความทนทานต่อการเรียนลดน้อยลง นอกจากนั้นก็มีสาเหตุมากจากเลือดไปเลี้ยงระบบปราสาทที่ควบคุมการทรงตัวไม่พอไปชั้วขณะ
มักพบในคนสูงอายุ
หรือมีโรคอยู่เดิม
เช่น เบาหวาน
ความดันโลหิตสูง,ไขมันสูง
ถ้าเส้นเลือดตีบไปเลย
มีเซลล์ปราสาทตายบางส่วนอาจจะมีการเดินเซ,พูดไม่ชัดร่วมด้วย
สาเหตุอื่น ๆ
ที่พบไม่บ่อย
เช่น
เนื้องอกของเส้นปราสาทหู,เนื้องอกสมองเล็ก
กล้ามเนื้อตาอ่อนแรงทำให้เห็นภาพซ้อน ยาที่มักทำให้เกิดการวิงเวียนหรือบ้านหมุน
เช่นที่พบบ่อย
ๆ มี 1.
ยาปฏิชีวนะประเภทสเตรปโตไมซิน
ที่ใช้ฉีดรักษาวัณโรค
ปัจจุบันใช้น้อยลงแล้ว 2.
ยากันชัก 3.
ยาขับปัสสาวะ 4.
ยาลดความดันโลหิต 5.
ยาลดความอ้วน
อาจจะเกิดขณะที่กิน
หรือหยุดก็ได้ครับ การติดเชื้อที่ไต
เช่น
กรวยไตอักเสบทำให้
เวียนศรีษะ
อาเจียนมาร่วมกับมีไข้ จะเห็นได้ว่า
สาเหตุของโรคบ้านหมุน(เสียศูนย์)
นับว่ามากมายหลากหลาย
แต่ไม่ต้องตกใจนะครับ
เพราะส่วนใหญ่
ถ้าเป็นไม่มากกินยาหอม
ยาดมยาลม
นอนพักซักครู่ก็จะหาย
ถ้าเป็นมากขึ้น
นอน รพ. ให้น้ำเกลือให้หมอรักษาก็จะหายใน
1-2 วัน
หรือไม่เกิน7
วัน
ถ้ามากกว่านั้น
หรือถ้าเป็น
ๆหาย ๆ
ซึ่งมักเป็นในคนสูงอายุ
อาจจะต้องตรวจหาสาเหตุอย่างละเอียด
เช่น
ตรวจเลือด
เอ็กซเรย์สมองหรืออื่น
ๆ
และต้องรักษาโรคที่เป็นอยู่เดิมควบคู่ไปด้วย
นอกจากนั้นกายภาพบำบัดโดยการฝึกท่านั่ง-นอน
จะทำให้ทนทานต่อการหมุนดีขึ้นหรือจนหายขาดได้ ก็อย่างที่บอกละครับ
2-3 ปี
หลังนี้
พบอาการป่วยแบบนี้บ่อย
ๆ
ความเครียดก็คงจะมีส่วนแน่
ๆ
ยิ่งนอนไม่หลับด้วยแล้ว
แถมมีไมแกรน
ปวดหัวพ่วงบ้านหมุนมาอีก
ชักจะยุ่งกันไปใหญ่อย่าไปคิดอะไรมากเลยนะครับ
|
|
Send mail to applepanita@gmail.com
with questions or comments about this web site.
|