โรงเรียนนครพิงค์อภิบาลกิจ

  

     For English Click Here   

....... โรงเรียนนครพิงค์อภิบาลกิจ ผู้ช่วยทางการพยาบาลคุณภาพ ศูนย์รวมความรู้ โดยทีมแพทย์และพยาบาลผู้ทรงคุณวุฒิ ........

 

หน้าหลัก

เรียนที่นี่ Free WIFI

 

 

 

.....................................................

การอ่านออกเสียงคำศัพท์เทคนิค

.....................................................

 

Home  กลับหน้าหลัก

เหล้าจ๋า  ตับ  ลาก่อน

โดยหมอ เวง

            เราจะมาคุยกันเรื่องสารเคมีตัวหนึ่ง ที่มนุษย์ได้ใช้,ดื่ม,เสพ,หรือทางอื่น ๆ เช่น ดอง หรือสกัดยา หรือใช้ในอุตสาหกรรม อื่น ๆมากมาย แต่ขอพูดถึง เฉพาะแอลกอฮอล์ที่เรียกว่า สุรา อย่างเดียวนะครับ

อันว่าสุราที่จะพูดถึงต่อไปนี้ก็จะรวมถึงเหล้าทุกประเภทตั้งแต่วิสกี้ บรั่นดี, เบียร์,ไวน์,แชมเปญ,กะแช่,สาโท,เม๋าโถ ฯลฯ

            อันที่จริงเหล้าหรือสุรามีผลกับร่างกาย หรือทำให้เกิดโรคหลายอย่าง ตั้งแต่สมอง เช่น ความคิดพฤติกรรม สติเปลี่ยนไป ความจำ สมองเสื่อม มีผลต่อหัวใจ ทำให้หัวใจล้มเหลวได้ มีผลต่อหลอดลม ทำให้คนเป็นหืด เป็นหืดรุนแรงได้ มีผลต่อหลอดอาหาร กระเพาะอาหาร ทำให้อาเจียน เป็นแผล มีเลือดออก ท้องเดิน ท้องร่วงได้ ทำให้ริดสีดวงทวารกำเริบได้ ฯลฯ ไม่รวมถึงผลทางอ้อม เช่น กินแล้วใจใหญ่ ใจเติบ ทิปเด็กมากเกินไป(หมดตัว) หรือเห็นช้างเท่าหนู  ตาขวาง ขวางหู คือ หูหาเรื่อง พูดไม่เข้าหูคน เกิดเหตุทะเลาะวิวาท วิ่งชนไม้หน้าสาม หัวแตก หรือเลือดออกในสมอง หรือตะกั่วเป็นพิษ จาก วิ่งชนลูกปืนเค้าอีกต่างหาก อุบัติเหตุ ฯลฯ แต่ผมจะไม่พูดถึงสาเหตุว่า ถ้าเหล้าไม่ดี ทำไมถึงยังบริโภคหรือใช้กันอยู่ เหล้ามีส่วนดีหรือไม่ เพื่อจะได้เพลา ๆ กันลงหน่อย (ไม่ต้องกลัวบริษัทขายเหล้าเจ๊งหรอกครับ)

            ผมไม่มีตัวเลขสถิติของคนไทย แต่ในอเมริกาโรคตับที่พบมากที่สุด เป็นจากการดื่มเหล้า และเป็นสาเหตุการตายอันดับ 4 ของชาวอเมริกา ในช่วงอายุกลางคน 25-30 %  ของผู้ป่วยที่นอนโรงพยาลบาลในอเมริกา พบว่า มีปัญหาจากการดื่มแอลกอฮอล์มาก ส่วนทางยุโรป ประเทศเชคโกสโลวเกีย ดื่มเหล้าเก่งที่สุด 40 ปี ที่ผ่านมาชาวเชคตายจากเหล้ามากขึ้น 10 เท่าในผู้ชาย และ 4 เท่าในผู้หญิง

            โรคตับทีเกิดจากเหล้า มีทั้งหมด 4 อย่าง คือ

1.      ไขมันเกาะตับ (alcoholic Fatty liver)

2.      ตับอักเสบ(alcoholic hepatitis)

3.      ตับแข็ง(alcoholic Cirrhosis)

4.      มะเร็งตับ(Hepatocellelar carcinoma)

*** แต่ก่อนที่จะมาทราบรายละเอียดแต่ละโรค ผมขอเริ่มตั้งแต่

       ปัจจัยเสื่ยงของการเป็นโรคตับจากแอลกอออล์ มีอะไรบ้าง ไม่ใช่คนกินเหล้าทุกคนจะเป็นโรคตับหมด

1.ปริมาณและระยะเวลาในการดื่ม  พุดง่าน ๆ คือดื่มมาก,ดื่มบ่อย,ดื่มนาน (เป็นคนสม่ำเสมอ) จึงมีโอกาสเสี่ยงมากก็มีคนศึกษาไว้คร่าว ๆ ว่า ดื่มเกินเท่าไหร่จึงจะมีความเสียงก็พบว่า ในเพศชาย ถ้าดื่มเกิน 30 กรัม/วัน(ของแอลกอฮอล์)  ในเพศหญิงถ้าดื่มเกิน 30 กรัม/วัน จะเพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคตับที่ว่าดังกล่าว ดังนั้นเราต้องดูว่า แอลกอฮอล์ 30 กรัม , 20 กรัม ที่ว่านั้น มันเท่ากับเหล้าอะไรบ้าง (ยี่ห้ออะไร ) ปริมาณเท่าไหร่ (กี่ ซี.ซี ) เราจึงจะต้องรู้อีกอย่างคือ หน่วยวัดความเข้มข้นของแอลกอฮอล์นะครับ

ดีกรี หมายถึง หน่วยวัดความเข้มข้น คิดเป็น เปอร์เซนต์ของปริมาณแอลกอฮอล์ที่มีอยู฿ในเครื่องดื่ม จะมีค่าเทียบเท่ากับหน่วย Gay-Lussac (GL) ซึ่งเราๆ ท่าน ๆ เคยอ่านข้างขวด ที่เค้าเขียนไว้เช่น 43ดีกรี ( = 43 GL = 43%) และแอลกอฮอล์ 1ซีซี จะเท่ากับน้ำหนัก 0.98 กรัม

ทีนี้มาดูตัวอย่างเหล้า ชีวาส รีกัล(Chivas Regal)  ไม่ได้โฆษณานะครับ(บังเอิญ Boss  ผมชอบ เพราะกินได้ยี่ห้อเดียว) ชีวาส นี่ 43 %   (43 ดีกรี,43GL) หมายความว่า เหล้าชีวาส 100 ซีซี มีแอลกอฮอล์ 43ซีซี ย่อมมี alcohol (0.8 x 43) = 34.4 กรัม ถ้าจะดื่มแอลกอฮอล์ ในระดับที่ปลอดภัยในเพศชาย ไม่ควรดื่มเกิน 30 กรัม/วัน คือ ชีวาส (100x30)/34.4=87 ซีซี /วัน เพศหญิงถ้าไม่เกิน 20 กรัม ก็ (100x20)/34.4 = 58 ซีซี /วัน ดังนั้น เราสามารถคำนวณแอลกอฮอล์ในระดับที่ปลอดภัย คือผู้ชาย ไม่เกิน 30กรัม ผู้หญิงไม่เกิน 20 กรัม ในเหล้าทุกแบบ ทุกยี่ห้อ ที่ชอบตามความเข้มข้น ซึ่งมักจะเขียนไว้ข้างขวดนะครับ

ดังันั้น ถ้าจะดื่มเหล้าให้มีความสุข ปลอดภัย ดื่มได้นาน ๆ ก็คำนวณดูก่อนนะครับไป ๆ มาๆ จะเป็นการสนับสนุนให้ดื่มเหล้ารึเปล่า?

2. อายุและเพศ  ผู้หญิงดูจะมีความเสี่ยงในการเกิดโรคตับจากแอลกอฮอล์มากกว่าเพศชาย อาจจะเป็นเพราะว่า ผู้หญิงถ้าดื่มเหล้าและติดแล้ว โอกาสเลิกได้น้อยกว่าเพศชาย และเฉลี่ยน้ำหนักตัวเพศหญิงน้อยกว่า และร่างกายกำจัดแอลกอฮอล์ได้น้อยกว่าเพศชาย

3. พันธุกรรม  ลูกที่มีพ่อแม่ เป็นโรคสุราเรื้อรังมีโอกาสเป็นโรคตับจาก alcoholสูง

จากสภาพแวดล้อม และยีนส์บางตัวทำให้การกำจัด แอลลกอฮอล์ในร่างกายได้น้อยกว่าปรกติ

           4. ไวรัสตับอักเสบ  ผู้ป่วยที่มีโรคหรือเป็นพาหะของไวรัสตับอักเสบ บี หรือ ซี จะมีโอกาสเกิดโรคตับจากแอลกอฮอล์ ได้สูง และมีโอกาสเสียชีวิตได้มาก จากตับแข็ง และมะเร็งในตับกว่าคนที่ไม่เป็นโรคนี้

            ดังนั้น ผู้ที่เป็นพานะ หรือเป็นโรคตับอักเสบจากไวรัสตับอักเสบ บี หรือ ซี ไม่ควรดื่มสุราเด็ดขาด!

          5. ยา  ยาบางตัว เช่น พาราเซตามอล (Paracetamal) ที่เราใช้ยาแก้ปวดลดไข้ โดยเฉพาะผู้ที่เป็นตับอักเสบ หรือตับแข็งอยู่แล้ว ถ้าดื่มเหล้าด้วย และกินยา Paracetamal    มากกว่า 10 กรัม/วัน ทำให้เกิดตับวาย คือ ตับทำงานล้มเหลว และเสียชีวิตได้ (พาราเซตามอล 1 เม็ด = 500 .ก ช 0.5 กรัม) ปรกติเวลาลดไข้ใช้กันครั้งละ 2 เม็ด (=1  กรัม) ในผู้ใหญ่  

โรคตับที่เกิดจากเหล้าทั้งหมด 4 อย่าง คือ

      1.ไขมันเกาะตับ (alcoholic Fatty liver)

          2.ตับอักเสบ (alcoholic Fatty liver)

          3.ตับแข็ง(alcoholic Cirrhosis)

          4.มะเร็งตับ(Hepatocellelar carcinoma)

1.ไขมันเกาะตับ (alcoholic Fatty liver)

     เป็นการเปลี่ยนแปลงแรกสุดในโรคตับเนื่องจากแอลลกอฮอล์เกิดจากการดื่มแอลลกอฮอล์ปริมาณมากๆ ได้ภายใน 5-7วัน แต่ถ้าหยุดดื่ม ตับจะกลับคืนสู่สภาพเดิมได้ภายใน 3-4 สัปด่ห์ ส่วนมากไม่ค่อยมีอาการ แต่บางรายอาจมีอาการเบื่ออาหาร,คลื่นไส้,อาเจียน,ปวดท้องรอบ ๆ สะดือ หรือปวดที่ลิ้นปี่ ,ใต้ชายโครงด้านขวาได้ ้เป็นอาการเริ่มต้น หายเองได้ หลังหยุดดื่มเหล้าและไม่เปลี่ยนแปลงไปเป็นโรคตับแข็ง

2.ตับอักเสบเนื่องจากแอลกอฮอล์ (alcoholic patitis)

          เป็นโรคที่พบบ่อยและมีความสำคัญนะครับ เนื่องจากทำให้ตายหรือพิการ (เดี้ยง) ได้ คือ กลายเป็นตับแข็งต่อ ผู้ป่วนส่วนมากมักมีประวัติดื่มแอลกอฮอล์มาก ๆ และนาน ๆ โดยเฉพาะพวกที่ไม่ชอบรับประทานอาหารก่อน

                        อาการส่วนมากจะมีไข้ปวดท้องทั่ว ๆไป คลื่นไส้อาเจียนผอมลง น้ำหนักลดลง 90% ของผู้ป่วยมักมีอาการโรคขาดอาหารร่วมด้วย จะเป็นมาก ๆ จะมีท้องอืดได้ จากท้องมานน้ำ (คือมีน้ำในช่องท้อง) มีภาวะ ตับวาย เลือดออกง่าย ดีซ่าน บวม แขนขา หลังเท้า ถ้าเป็นมากมักจะเสียชีวิตได้ ในช่วง 1-2 สัปดาห์หลังนอนโรงพยาบาล จึงมักเสียชีวิตจากภาวะตับวาย เลือดออกจากทมางเดินอาหาร เช่น อาเจียนหรือถ่ายเป็นเลือดมาก ไม่หยุด ไตวาย และ/หรือ โรคติดเชื้อแทรกซ้อน เพราะภูมิต้านทานไม่ดีถ้าไม่เสียชีวิต ก็จะกลายเป็นโรคตับแข็งต่อไป มากหรือน้อยขึ้นกับความรุนแรงของตับอักเสบ

            3. โรคตับแข็งเนื่องจากแอลกอฮอล์ (alcohol cirrhesis)

                    อวัยวะบางอยบ่างของร่างกายยิ่งแข็งยิ่งดีนะครับ เช่น กระดูก เป็นต้น แต่ถ้าตับแข็งแล้วก็ ไม่ดีเอามาก ๆ เลยนะครับ มักเกิดจากผู้ป่วยที่ดื่มมานาน ๆ และมาก ๆ คือปริมาณแอลกอฮอล์ที่ดื่มมากกว่า 80 กรัมต่อวัน (คิดเป็นปริมาณเหล้า ชีวาสั 232 ซีซี ต่อวัน ถ้าเป็นยี่ห้ออื่นก็สามารถคำนวณได้จากสูตรข้างต้นนะครับ) และระยะเวลาที่ดื่มนานกว่า 5-8 ปี

                        คำว่าตับแข็ง ก็หมายถึง การมีแผลเป็นเกิดขึ้นในตับ เกิดจากตับอักเสบมาก และเซลล์ตับตายไป และกลายเป็นแผลผังผืนมาแทนที่ แม้ว่าตับจะสามารถสร้างเซลล์ขึ้นทดแทนได้บางส่วน ก็ไม่สามารถทดแทนเซลล์เก่าได้ ทำให้ตับทำงานผิดปรกติ ทำงานน้อยลง และเซลล์ที่สร้างขึ้นมาใหม่นี้อาจจะกลายเป็นมะเร็งต่อไปได้ อาการแสดงก็คล้ายกับโรคตับอักเสบจากแอลกอฮอล์แต่มักไม่มีไข้ (ยกเว้นติดเชื้อแทรกซ้อน) อาจจะมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น มือแดงมาก ลูกอัณฑะฝ่อ ต่อมน้ำลายโต จากฮอร์โมน ผิดปรกติ เมื่อเป็นโรคนี้แล้วอัตราการตายจะสูงสุดช่วง 1 ปีแรก ตายเร็วหรือช้าขึ้นกับ

            -ผู้ป่วยสามารถหยุดดื่มแอลกอฮอล์ได้หรือไม่ คือถ้าหยุดดื่มได้ โอกาสรอดก็สูง

            -ถ้ามีอาการแทรกซ้อนมาก โอกาสจะเสียชีวิตมีสูง เช่น ท้องมาก เลือดออกผิดปรกติ

4.มะเร็งตับ(Hepatocellular Carcinoma)

                        เมื่อเกิดภาวะตับแข็งแล้ว มีการสร้างเซลล์ตับใหม่ ๆ ทดแทน ทำให้เกิดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งตับขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีความเสี่ยงอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ไวรัสตับอักเสบเรื้อรังชนิด บี ซี เป็นต้น อาการทั่ว ๆ ไป ก็คล้าย ๆ กับโรคตับแข็ง แต่จะมีอาการอื่น ๆ ร่วมเช่น ผอมลงอย่างรวดเร็ว ปวดใต้วายโครงขวามากขึ้น อาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว และเสียชีวิตในที่สุด

การรักษา

1.      แน่ ๆ ก็คือ หยุดดื่มแอลกอฮอล์  เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ซึ่งค่อนข้างยากพอสมควรแต่ก็ต้องทำ ชีวิตต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างผู้ป่วยแพทย์ และครอบครัวเป็นสำคัญ ในช่วงให้หยุดดื่มเหล้า อาจจะมีการขาดแอลกอฮอล์ขึ้น ซึ่งต้องป้องกันและรักษาไปพร้อม ๆ กัน เช่น ชัก ,สับสน มือสั่นใจสั่น นอนไม่หลับ

2.      โภชนาการบำบัด เนื่องจากผู้ป่วยที่ดื่มเหล้ามาก ๆ มักจะขาดอาหาร และวิตามินหลายชนิด เช่น A,B,C,D โพลิค เป็นต้น  

3.      การรักษาด้วยยา  เช่น Steriod ในภาวะตับอักเสบจากแอลกอฮอล์รุนแรง ซึ่งก็มีข้อห้ามใช้เช่นกัน ,ยาอื่น ๆ เช่น Colchicine,albumin,anabolic hormone ซึ่งก็แล้วแต่แพทย์จะเป็นผู้พิจารณาใช้นะครับ

4.      การเปลี่ยนตับ  ใช้สำหรับภาวะตับแข็งแล้ว แต่ต้องคัดเลือกผู้ป่วยพอสมควร ไม่สามารถทำกับผู้ป่วยทุกคนได้

5.      สำหรับผู้เป็นมะเร็งตับแล้ว   ถึงปัจจุบันแล้วยังไม่มีการรักษาที่ชัดเจน การผ่าตัดมักจะลำบาก เพราะสภาพผู้ป่วยไม่อำนวยก็คงได้แต่ประคับประคองไม่ให้ปวดไม่ให้ทรมาน  อยากกินอะไร อยากทำอะไร ก็ให้ทำซะ ถ้าไม่ฝืนสังขารจนเกินไปนะครับ

                                                                  นพ.เชวง  ลิขสิทธิ์

Home  กลับหน้าหลัก

 

Send mail to applepanita@gmail.com  with questions or comments about this web site.
Copyright 2005 Nakornpingaphibalkit Nurse Aide School
Last modified: กรกฎาคม 21, 2555