|
Home
กลับหน้าหลัก
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับอีสุกอีใส
การใช้ยาเขียว
ไม่มีส่วนทำให้ผื่นอีสุกอีใสมากขึ้นหรือน้อยลงตุ่มอีสุกอีใสจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับภูมิต้านทาน
และเชื้อไวรัส ที่ได้รับเข้าไป
การงดอาหารเช่น ไข่,เนื้อสัตว์ เนื่องจากกลัวจะแสลงต่อโรค เป็นการเข้าใจผิด
การทานอาหารให้ครบ 5 หมู่อย่างเพียงพอจะช่วยให้ร่างกายมีภูมิต้านทาน
และแผลหายเร็วด้วยค่ะ
ปวดหัวแบบไมเกรน
ไมกรนเป็นภาวะที่หลอดเลือดแดงในสมองบีบตัว และคลายตัวมากกว่าปกติ
ทำให้มีการปวดหัวครึ่งซีกบริเวรขมับ ท้ายทอย
บางปวดทั้งสองข้างพร้อมกันหรือสลับข้างก็ได้ อาการปวดตุบ ๆ ครั้งหนึ่งเกิน 20 นาที
อาจเป็นวันหรือตลอดสัปดาห์ ถ้าปวดมากก็อาเจียนบาครั้งอาจมีอาการปวดตานำมาก่อนก็ได้
สิ่งที่กระตุ้นทำให้เกิดอาการไมเกรนมากขึ้นก็คือ ความเครียด อดนอน ทำงานมากเกินไป
ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาหารบางชนิดเช่น เนยแข็ง กล้วยหอม
ช็อคโกแลต
หรือผู้หญิงขณะมีประจำเดือน
หรือรับประทานยาคุมกำเนิด
เมื่อเป็นโรคหอบหืด
1. พยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ หรือสิ่งที่มากระตุ้นให้หอบ
2. เมื่อมีอาการหอบควรหายใจเข้าอย่างปกติ และหายใจทางปากโดยค่อย ๆ
เป่าลมออกจากปากทีละน้อยให้นานและมากที่สุด
3. ดื่มน้ำอุ่นมาก ๆ
4. การใช้ยาขยายหลอดลมเพื่อป้องกัน และรักษาโรคหอบหืด ควรปรึกษาแพทย์
5. การสร้างภูมิคุ้มกัน
กรณีนี้จะสามารถทำได้เฉพาะผู้ป่วยที่ทราบสิ่งที่มากระตุ้นให้หอบ
เช่นฝุ่น,เกสรดอกไม้ หรืออื่น ๆ
คางทูมทำให้เป็นหมันได้หรือ
คางทูม เป็นโรคที่เกิดจากการอักเสบบริเวณต่อมน้ำลาย บริเวณหน้า
และใบหูทั้งสองข้างของคาง ทำให้บริเวณดังกล่าวบวมโตอย่างเห็นได้ชัด
ในเด็กหนุ่มหรือผู้ใหญ่ที่เป็นผู้ชาย
เชื้อไวรัสของโรคนี้อาจอาจจะไปอยู่ที่บริเวณอัณฑะ
ทำให้อักเสบ และเจ็บมากซึ่งอาจจะกลายเป็นหมันด้วย
ดังนั้นคุณหมอจึงมักฉีดวัคซีนป้องกันโรคคางทูมให้เด็กเล็ก เมื่ออายุ 9 เดือน
ถ้าในบ้านที่มีลูกตัวน้อยที่เป็นคางทูม คุณพอหรือพี่ชายที่แตกเนื้อหนุ่มแล้ว
ไม่ควรเข้าไปคลุกคลี เพราะโรคคางทูมในผู้ใหญ่ อาการรุนแรงมาก
และมีอาการอักเสบที่อัณฑะแล้ว อาจจะทำให้กลายเป็นหมันอีกด้วยก็ได้
เป็นโรคกระเพาะอาหารควรปฏิบัติตัวอย่างไร
1. ทานอาหารให้ตรงเวลา
2. ไม่ควรทานทีเดียวมื้อใหญ่แล้วเว้นไปนาน ๆ
3. งดอาหารรสจัด เหล้า เบียร์ กาแฟ
4. เมื่อรู้สึกเครียดควรพักผ่อนทำจิตใจให้ผ่องใส
5. ดื่มนมสดหรือนมถั่วเหลือง เพื่อช่วยเคลือบกระเพาะ
6. การทานยาแก้ปวดเช่น แอสไพริน,ยารักษาโรคกระดูกฯลฯ
ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ไม่ควรทานยาในขณะท้องว่างเป็นอันขาด
การดูแลเมื่อเป็นริดสีดวง
1. พยายามดื่มน้ำมาก ๆ
2. รับประทานอาหารประเภทผักสด ผลไม้ให้เพียงพอ
3. ฝึกหัดการขับถ่ายอุจจาระให้เป็นเวลา เป็นนิสัย
4. หลีกเลี่ยงการนั่งส้วมติดกันเป็นเวลานาน ๆ
5. เมื่อต้องการใช้ยาระบายควรปรึกษาแพทย์
6. หลังการขับถ่าย หากพบว่าก้อนริดสีดวงโผล่ออกมาด้านนอก
ควรดันกลับเข้าไปด้านในทุกครั้ง
7. หากมีอาการเจ็บริดสีดวงมากควรปรึกษาแพทย์
เพื่อใช้ยาทาหรือยาเหน็บช่วยบรรเทาอาการ
Home
กลับหน้าหลัก
|